
คู่มือครบถ้วนเรื่อง 'เกจวัด' รถยนต์: ทำความรู้จักกับเกจวัดแต่ละประเภท และความสำคัญที่คุณต้องรู้
แผงหน้าปัดรถยนต์เปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่เข้ากับสถานะของรถยนต์ทั้งหมด โดยมี "เกจวัด" เป็นดวงตาและหูที่คอยบอกข้อมูลสำคัญต่างๆ แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ความเร็ว, รอบเครื่องยนต์, ไปจนถึงอุณหภูมิ เกจวัดเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัย และสามารถตรวจจับความผิดปกติของรถยนต์ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
เกจวัดหลักที่ต้องมี: หัวใจสำคัญของทุกการเดินทาง
นี่คือมาตรวัดพื้นฐานที่คุณจะพบได้ในรถยนต์เกือบทุกคัน และควรทำความเข้าใจการทำงานของมันให้ดี
มาตรวัดความเร็ว (Speedometer):
• การทำงาน: แสดงความเร็วของรถยนต์ในหน่วยกิโลเมตรต่อชั่วโมง (km/h) หรือไมล์ต่อชั่วโมง (mph)
• ความสำคัญ: เป็นเกจวัดที่ใช้บ่อยที่สุด เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมความเร็วให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยและปฏิบัติตามกฎหมายจราจร
มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ (Tachometer):
• การทำงาน: แสดงจำนวนรอบการหมุนของเครื่องยนต์ในหน่วย RPM (Revolutions Per Minute)
• ความสำคัญ: ช่วยให้ผู้ขับขี่ที่ใช้เกียร์ธรรมดารู้จังหวะที่เหมาะสมในการเปลี่ยนเกียร์เพื่อความประหยัดน้ำมัน และยังเป็นเกจวัดสำคัญในการสังเกตอาการผิดปกติของเครื่องยนต์ เช่น รอบเครื่องสั่นหรือไม่นิ่ง
มาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel Gauge):
• การทำงาน: แสดงปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่ในถังเชื้อเพลิง
• ความสำคัญ: ช่วยให้ผู้ขับขี่วางแผนการเติมน้ำมันได้อย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์น้ำมันหมดกลางทาง ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้
มาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ (Engine Temperature Gauge):
• การทำงาน: แสดงอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์
• ความสำคัญ: เกจวัดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของเครื่องยนต์ เพราะหากอุณหภูมิสูงเกินไป (เข็มชี้ไปที่โซน H หรือสีแดง) แสดงว่าเครื่องยนต์กำลังโอเวอร์ฮีท หากปล่อยไว้จะนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงและค่าซ่อมที่มหาศาล
เกจวัดเสริมเพื่อประสิทธิภาพ: สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึก
เกจวัดเหล่านี้อาจไม่พบในรถยนต์ทั่วไป แต่จะติดตั้งเพิ่มในรถยนต์สมรรถนะสูง หรือรถที่เจ้าของต้องการข้อมูลที่ละเอียดขึ้น
มาตรวัดแรงดันน้ำมันเครื่อง (Oil Pressure Gauge):
• การทำงาน: แสดงแรงดันของน้ำมันหล่อลื่นที่หมุนเวียนอยู่ภายในเครื่องยนต์
• ความสำคัญ: แรงดันที่ผิดปกติ (ต่ำเกินไป) แสดงว่ามีปัญหาเรื่องการหล่อลื่น ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์สึกหรอและเสียหายอย่างรวดเร็ว
มาตรวัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง (Oil Temperature Gauge):
• การทำงาน: แสดงอุณหภูมิของน้ำมันหล่อลื่น
• ความสำคัญ: น้ำมันเครื่องที่ร้อนเกินไปจะสูญเสียคุณสมบัติในการหล่อลื่นและระบายความร้อนได้ไม่ดี เกจวัดนี้จึงสำคัญสำหรับผู้ที่ใช้รถอย่างหนักหรือขับขี่ด้วยความเร็วสูงเป็นเวลานาน
มาตรวัดแรงดันแบตเตอรี่ (Voltmeter):
• การทำงาน: แสดงแรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่และระบบการชาร์จไฟของรถ
• ความสำคัญ: ช่วยให้คุณทราบว่าแบตเตอรี่อยู่ในสภาพที่ปกติหรือไม่ หากแรงดันต่ำเกินไปอาจแสดงว่าไดชาร์จทำงานผิดปกติ
มาตรวัดบูสต์ (Boost Gauge):
• การทำงาน: แสดงแรงดันอากาศที่เพิ่มขึ้นภายในท่อไอดีของเครื่องยนต์เทอร์โบหรือซูเปอร์ชาร์จ
• ความสำคัญ: เป็นเกจวัดที่ขาดไม่ได้สำหรับรถยนต์ที่มีระบบอัดอากาศ ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมและตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ได้
ไฟเตือนบนหน้าปัด: สัญญาณอันตรายที่คุณต้องหยุดทันที
นอกเหนือจากเกจวัดแล้ว ไฟเตือนสีแดงหรือสีเหลืองบนหน้าปัดก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันคือสัญญาณเตือนฉุกเฉิน
• ไฟเตือนรูปกาต้มน้ำ (อุณหภูมิเครื่องยนต์): เมื่อไฟนี้สว่างเป็นสีแดง แสดงว่าเครื่องยนต์โอเวอร์ฮีท ควรรีบจอดรถทันที
• ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่: บ่งบอกว่าระบบการชาร์จไฟมีปัญหา
• ไฟเตือนรูปกาน้ำมัน: บ่งบอกว่าแรงดันน้ำมันเครื่องผิดปกติ ควรรีบหยุดรถและตรวจสอบ
การทำความเข้าใจการทำงานของเกจวัดแต่ละตัวบนแผงหน้าปัด ไม่ใช่เรื่องของช่างซ่อมรถเท่านั้น แต่เป็นเรื่องพื้นฐานที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรรู้ อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน คุณสามารถยกระดับการตรวจสอบรถยนต์ของคุณให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นด้วย เกจวัดอัจฉริยะจาก TT Auto Xenon ที่สามารถอ่านค่าที่กล่าวมาทั้งหมดได้ในอุปกรณ์เดียว ทำให้คุณสามารถตรวจสอบสถานะของรถได้อย่างครบถ้วนและเรียลไทม์
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่:
ID Line : @ttauto
Website : TT AUTO XENON
สาขาใกล้คุณ : ดูสาขาของร้านเรา