แตรรถยนต์คืออุปกรณ์ส่งสัญญาณเตือนที่สำคัญไม่แพ้ไฟหน้า แต่หลายคนอาจยังสงสัยหรือสับสนว่า "บริเวณใดที่อนุญาตให้ใช้แตรได้" และการกดแตรแบบไหนที่ไม่เสียมารยาทหรือผิดกฎหมาย วันนี้ TT Auto Xenon จะมาสรุปให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและถูกต้อง
ตามกฎหมายจราจรทางบกและหลักความปลอดภัย การใช้แตรควรใช้ "เฉพาะเมื่อจำเป็นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ" เท่านั้น โดยบริเวณหรือสถานการณ์ที่ควรใช้ ได้แก่:
1. บริเวณทางโค้งลับตาหรือทางแคบ
เมื่อคุณขับรถผ่านทางโค้งที่มองไม่เห็นรถสวนทางมา หรือทางแคบที่มีสิ่งบดบังทัศนวิสัย การให้สัญญาณแตรสั้นๆ จะช่วยเตือนรถที่อาจสวนมาให้เพิ่มความระมัดระวัง
2. บริเวณทางแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟ
ในซอยหรือทางแยกเล็กๆ ที่มองเห็นรถด้านข้างได้ยาก การกดแตรเตือนสั้นๆ ช่วยป้องกันการตัดหน้าหรืออุบัติเหตุในจุดอับสายตาได้
3. เมื่อต้องการเตือนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
เช่น มีรถกำลังจะถอยออกมาชนเรา, รถคันข้างๆ กำลังเบียดเข้ามาในเลนโดยไม่เห็นเรา หรือมีคนเดินถนนกำลังจะข้ามถนนในระยะกระชั้นชิด
เพื่อให้เกิดความสงบสุขในสังคม กฎหมายมักมีป้ายสั่งห้ามใช้เสียงแตรในบริเวณดังต่อไปนี้ (ยกเว้นกรณีฉุกเฉินจริงๆ):
• โรงพยาบาล: เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนและการรักษาของผู้ป่วย
• สถานศึกษา/โรงเรียน: เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิในการเรียนของนักเรียน
• วัดหรือศาสนสถาน: เพื่อรักษาความสงบในที่ปฏิบัติธรรม
• สถานที่ราชการ/ศาล: เพื่อไม่ให้รบกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
การใช้แตรสามารถบอกถึง "อารมณ์" ของคนขับได้ การใช้แตรอย่างมีมารยาทจะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งบนท้องถนน (Road Rage) ได้ดีครับ:
• กดสั้นๆ (Beep!): เป็นการเตือนหรือทักทายอย่างมีมารยาท เช่น เตือนรถข้างหน้าว่าไฟเขียวแล้ว หรือขอบคุณเพื่อนร่วมทาง
• กดสั้นๆ 2 ครั้ง (Beep Beep!): มักใช้เป็นการขอบคุณหรือเตือนให้ระวังในเชิงบวก
• กดยาว (Beeeeeeep!): สื่อถึงความไม่พอใจ หรือการตำหนิ ซึ่งหากไม่จำเป็นจริงๆ ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันได้
สรุป
แตรมีไว้เพื่อ "ส่งสัญญาณเตือน" ไม่ใช่มีไว้เพื่อ "ระบายอารมณ์" การเลือกใช้แตรในบริเวณที่เหมาะสมและใช้ตามมารยาทที่ถูกต้อง จะช่วยให้สังคมบนท้องถนนน่าอยู่ขึ้น เช่นเดียวกับการเลือกใช้ ไฟหน้าคุณภาพสูง ที่ให้แสงสว่างชัดเจนแต่ไม่แยงตา ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการขับขี่ที่ปลอดภัย